รักษาโรค-แก้ไขวิบากกรรม

 

ปวดศรีษะมานาน 10 ปี

คุณกุหลาบ พุทธนุกูลชัย อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69/12 หมู่ 2 ต.ท่าเสา อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสงคราม มีอาการปวดศรีษะมาก นอกจากนี้ยังปวดตามไหล่ และขาช่วงใต้เข่าลงไปชาทั้ง 2 ข้าง ครั้งแรกในการรักษารู้สึกเบาขึ้น แต่ในส่วนศรีษะยังปวดหัวมากอยู่ ดังนั้นเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2546 จึงได้มาพบหลวงพ่ออีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่า มีอาการปวดศรีษะมานานกว่า 10 ปี ได้หาหมอมาหลายแห่ง ทั้งยาหม้อ ทั้งรับขันธ์ แต่ภายหลังได้ทำพิธีลอยน้ำไป อาการก็ไม่เคยดีขึ้นมีแต่แย่ลง เวลาปวดนั้นมันปวดมากจนแทบทนไม่ไหว พอดีได้รับคำแนะนำจากเพื่อนร่วมงานที่เคยมารักษาที่วัดและหายดีแล้ว จึงได้ตัดสินใจมาขอรับความช่วยเหลือจากหลวงพ่อวัชระบ้าง

หลวงพ่อวัชระได้พิจารณาดูแล้วเห็นว่า อาการที่ปวดศรีษะนั้นไม่ปกติแน่นอน เพราะโดยทั่วไปหากได้พักผ่อนพอเพียงหรือรับประทานยาตามแพทย์สั่งก็น่าจะดีขึ้นบ้าง แต่นี่กับปวดบ่อย ๆ บางครั้งก็เฉย ๆ ท่านจึงได้ซักถามข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อใช้ประกอบการพิจารณา พร้อมกับใช้เทียนไขเล่มไม่ใหญ่นัก จี้ลงบนศรีษะพร้อมทั้งอาราธนาคุณครูบาอาจารย์ที่คุ้มครองรักษาช่วยบำบัดอาการของคนไข้ โดยเทศน์ให้วิญญาณร้ายที่แฝงอยู่นั้นคลายทิฐิมานะ ให้อโหสิซึ่งกันและกันเสีย อย่าได้จองเวรแก่กันและกันเลย ปรากฏว่าแขนขาที่นั่งอยู่มีอาการนิ่งเฉย ๆ ไม่มีปฏิกริยาสนองตอบแต่อย่างใด

ครั้งแรกที่หลวงพ่อได้เคยรักษาให้เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน คนไข้ได้เล่าว่าเวลาที่หลวงพ่อจ่อเทียนไขลงบนศรีษะนั้น ได้ยินเสียงเหมือนคีมเหล็กคีบหัว เสียงแกร๊ก ๆ จิกเหวี่ยงอยู่ในศรีษะ ดังนั้นเมื่อหลวงพ่อจ่อเทียนในครั้งหลังนี้ท่านก็คงจี้เทียนติดอยู่บนศรีษะอย่างนั้น ผ่านไปเกือบ 10 นาที คนไข้เริ่มมีอาการผิดปกติขึ้นมาทันที เริ่มต้นด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด ผ่านไปอึดใจใหญ่ ๆ ศรีษะเริ่มมีการเบี่ยงเบนส่ายหัวไปมา พยายามจะหลบจากแท่งเทียนไขที่จดติดอยู่บนศรีษะ จนศรีษะหมุนบิดไปมารอบ ๆ อย่างเห็นได้ชัดเจน ปากและสีหน้าแสดงถึงอาการเจ็บปวด เป็นอยู่เช่นนั้นประมาณ 10 นาทีเช่นกัน คนไข้เริ่มส่งเสียงร้องอย่างโหยหวลน่ากลัว ร่างกายเริ่มโอนเอนล้มไปด้านหลังโดยที่หลวงพ่อยังจ่อเทียนติดไว้ตลอด เพียงครู่เดียวก็ล้มนอนยาวราบไปกับพื้นเสียแล้ว แต่ปากยังร้องโหยหวลอยู่เช่นนั้น

ครู่ต่อมาแขนทั้งสองข้างมีการสะบัดอย่างแรงหลายครั้ง ขากระตุกไปเรื่อย ๆ จนถึงปลายเท้าทั้งสองข้าง จนเกิดการเกร็งที่ปลายนิ้ว ข้อมือก็หงิกงอ ปลายนิ้วมือก็เกร็ง บิดไปมาอย่างน่ากลัว กระตุกแล้วกระตุกอีกหลายครั้ง สลับกับเสียงร้องโหยหวลไปมาจนค่อย ๆ แผ่วลงไป และร่างกายก็หยุดดิ้นรนไปในที่สุด ในที่สุดก็นอนแน่นิ่งไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยอยู่ครู่ใหญ่ เมื่อเห็นสมควรแก่เวลาหลวงพ่อจึงได้ปลุกให้ลุกขึ้นมานั่งในท่าปกติ

เมื่อรู้สึกตัวขึ้นมา คนไข้บอกว่ารู้สึกโล่งและเบาไปเป็นอันมาก และได้เล่าเสริมในตอนท้ายอีกว่า สงสัยจะถูกเพื่อนร่วมงานกลั่นแกล้งเอาเพราะเป็นหนี้เงินกู้ยืมแล้วไม่ชดใช้ หลังจากที่มีเรื่องกันแล้วก็รู้สึกผิดปกติมาตลอดและเชื่อว่ามั่นว่าเธอถูกคนนี้กระทำเอา ด้วยเป็นคนทางใกล้เขมรและมีพฤติกรรมเกี่ยวกับเรื่องนี้มาหลายราย ล้วนแต่เป็นการกระทำของเขาทั้งนั้น เพราะเคยอยู่ใกล้ชิดกันมาก่อน จึงรู้ถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี

หลวงพ่อกล่าวว่า แม้ปัจจุบันจะเป็นยุคไฮเทค แต่สิ่งลี้ลับเหล่านี้ก็ยังคงมีอยู่ บางคนหลวงพ่อแก้ไขให้แล้วก็ดีขึ้น แต่พอกลับไปแล้วไม่กี่วันก็มีอาการผิดปกติอีก เป็นเพราะผู้ทำยังไม่เลิกทำก็ได้ เพราะแก้ไปทางโน้นก็กระทำเอาอีก ก็เป็นอีก จะกันได้มั๊ย? ค่อนข้างยาก เพราะถูกจงใจมุ่งร้ายโดยส่งวิญญาณร้ายมาทำร้ายด้วยวิธีต่าง ๆ

 

 

 

ถูกคุณไสยมานาน...?

คุณสำเนา  มิ่งระกูล อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46/3 หมู่ 9 ต.คู้สลอด อ.ลาดบัวหลวง จ.อยุธยา ได้มาหาหลวงพ่อเป็นครั้งที่ 2 เช่นกัน อาการที่เป็นคือ ปวดหลัง ปวดเอว ปวดขา เจ็บเมื่อยตามเนื้อตามตัว ไปหาแพทย์มาหลายโรงพยาบาลก็ไม่ดีขึ้นเหมือนกัน ครั้งแรกที่มาหาหลวงพ่อนั้นเป็นวันเสาร์ ซึ่งมีแขกมาหามากด้วยกันหลายคน ทำให้หลวงพ่อไม่มีเวลาพอเพียงในการแก้ไขให้ จึงได้บอกให้มาในวันธรรมดา หรือต้องเป็นช่วงเช้า ๆ ก็จะว่างหน่อย

วันนี้ 31 สิงหาคม 46 จึงได้เดินทางมาถึงวัดแต่ 8 โมงเช้า เพื่อขอให้หลวงพ่อแก้ไขให้อีกครั้งหนึ่ง เพราะครั้งก่อนรู้สึกเบาขึ้น แต่อาการส่วนใหญ่ก็คงมีอยู่ พอหลวงพ่อสั่งให้นั่งเหยียดขาไปกับพื้น เพียงครู่ใหญ่เท่านั้นเอง ปลายเท้ามันก็เหยียดเกร็งออกไปเรื่อย ๆ จนปลายเท้าต่ำเกือบติดพื้น แล้วมันก็เริ่มสั่นขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็สั่นแกว่งสบัดไปมาอย่างรุนแรง ตั้งแต่โคนขาจนถึงหัวเข่าและเลยลงไปถึงปลายเท้า เป็นอยู่อย่างนั้นเกือบ 10 นาที จนมีความรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างที่เป็นก้อนคล้ายตะคริว หลุดออกไปทางปลายเท้า จนรู้สึกโล่งและเบาไปในที่สุด

คนไข้รายนี้ได้เล่าเสริมว่า เคยช่วยเหลือเพื่อนกันให้ค้าขาย แต่พอภายหลังมีเรื่องขัดใจกันก็ถูกเขาทำร้ายเอารักษามานานก็ไม่หาย แถมคนที่ทำยังเอาไปคุยให้คนอื่นฟังอีกด้วยว่า เขาเป็นคนทำให้เจ็บป่วยเอง ด้วยความอาฆาต และอีกอย่างเป็นคนทางสุรินทร์ที่ชอบใช้ไสยศาสตร์ ..นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ฝากให้ผู้อ่านพิจารณาดู..

ปวดท้องน้อยและมดลูก
 

คุณชุติมา มารีเหลา อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60/293 หมู่ที่ 8 ซ.ไทยานนท์ ถ.สนามบินน้ำ แขวงบางกรวย อ.เมือง จ.นนทบุรี เป็นอีกผู้หนึ่งที่เคยมาให้หลวงพ่อรักษาอยู่เหมือนกัน แต่เพียงทุเลายังไม่หมด เนื่องจากมีแขกมามาก ทำให้หลวงพ่อไม่มีเวลาพอที่จะรักษาได้เต็มที่ จึงได้มาพบหลวงพ่อใหม่อีกครั้งหนึ่ง

31 สิงหาคม 46 จึงได้มาพบหลวงพ่อใหม่ อาการที่เป็นอยู่ก็คือ ปวดท้องน้อย ปวดมดลูก ชามือและเท้า ได้ไปหาแพทย์ที่ รพ.ตรวจเลือดและปัสสาวะ ก็ไม่พบสาเหตุอะไร ทุกอย่างปกติ เป็นมานาน 2-3 เดือน บางครั้งปวดมากจนน้ำตาไหล มีความรู้สึกเหมือนมีตัวอะไรดิ้นอยู่ในท้อง

หลังจากหลวงพ่อได้สั่งให้นั่งเหยียดเท้าออกไปแล้ว ปลายเท้าก็เริ่มมีอาการเกร็งและค่อย ๆ เหยียดปลายนิ้วลงไปจรดพื้น ส่วนแขนเริ่มสั่นเล็กน้อย หลังตึงมาก จนในที่สุดก็ค่อย ๆ ล้มนอนราบลงไปกับพื้นในเวลาไม่นาน หลังจากนั้นแขนขาก็เริ่มมีการสั่นกระตุกไปเรื่อย ๆ จนรู้สึกโล่งเบาในที่สุด

รายนี้หลวงพ่อกล่าวว่าได้กินของไม่ดีเข้าไป โดยเฉพาะในงานศพ บางครั้งบางคนหากกินอาหารเข้าไปก็จะมีอาการปวดท้องผิดปกติ เพราะมีส่วนหนึ่งของวิญญาณที่ไม่ดีติดตามเข้าไปกับของที่กินลงไปด้วย จึงสั่งให้ระมัดระวังในบางสถานที่ ที่ค่อนข้างจะมีวิญญาณคนตายอยู่มาก เช่นในงานศพ เมรุเผาศพ ห้อง ไอซียู ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของจิตวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้ว แต่ยังมีวิบากกรรมอยู่ ยังไปเกิดไม่ได้ ก็เลยเกาะขอส่วนบุญหรือแฝงติดตามในวิธีการต่าง ๆ ถ้าเกาะหัวก็ปวดหัวเกาะบ่าหรือไหล่ก็ปวดบ่าหรือไหล่เช่นกัน

 


ตามมารักษา

 

 

คุณปิยนุช ประคอง อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64 หมู่ 10 ต.บางจัก อ.วิเศษไชยชาญ จ.อ่างทอง ปัจจุบันทำงานอยู่ที่โรงงาน ซี.เค. ทำรองเท้า แถวถนนเทพารักษ์ จ.สมุทร ปราการ ได้เคยมาให้หลวงพ่อวัชระรักษา เกี่ยวกับอาการปวดหลังและปวดศรีษะมานานหลายปี หลวงพ่อจำได้ว่าเคยมารักษาเมื่อปลายเดือนก่อน หรือ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา

เพราะวันที่มาครั้งก่อนนั้นเป็นวันอาทิตย์เหมือนกัน ปรากฏว่ามีญาติโยมมาที่วัดเป็นจำนวนมาก ทำให้ไม่มีเวลารักษาให้เท่าที่ควร แต่ก็ได้ให้การรักษาในเบื้องต้นโดยใช้เวลาประมาณ 1/2 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นท่านที่ประสงค์จะให้ทำการรักษา ถ้าจะสะดวกและสามารถให้การรักษาได้เต็มที่ควรจะเป็นวันธรรมดาจะสะดวกกว่า


วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม 46 ผู้ป่วยได้มาถึงวัดก่อนเพล โดยนำเอาภัตตาหารมาถวายเพลด้วย และได้ชวนเพื่อนอีก 3 ท่านมาให้หลวงพ่อรักษาด้วยเช่นกัน แต่ละคนเป็นโรคเกี่ยวกับปวดศรีษะและปวดหัวเข่ามานานเช่นกัน หลังจากฉันภัตตาหารแล้ว หลวงพ่อก็รับพานครูจากคนป่วยและเริ่มให้การรักษาต่อทันที

คุณปิยนุชได้เล่าอาการให้หลวงพ่อทราบว่า ครั้งก่อนเมื่อกลับบ้านแล้วรู้สึกปวดหัวเข่ามาก วันที่สามอาการปวดมากจนทนแทบไม่ไหวเหมือนกัน แต่ถ้านอนราบลงไปอาการก็เบาขึ้น จึงได้พักผ่อนและหลับนอนเป็นปกติ แต่คืนที่ 3 นี้แปลกมาก เพราะฝันเห็นหลวงพ่อวัชระมาบีบนวดขาให้ แล้วถามว่าปวดขาหรือยังไงให้ไปหาที่วัดนะ

ตื่นขึ้นมารู้สึกแปลกใจ แต่อาการปวดที่ต้นขาและหัวเข่าเบาลงไป เพราะช่วงก่อนหน้านี้ปวดและตึงขามาก ฝืนยืนทำงานแทบไม่ไหว จึงได้เล่าเรื่องนี้ให้เพื่อน ๆ ฟัง ก็เลยนัดวันมาหาหลวงพ่อ เพราะจะว่างก็เฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้น ส่วนอาการทั่วไปยังมีการปวดที่ขาอยู่ที่ศรีษะก็มึนมากด้วย

หลวงพ่อพิจารณาแล้วจึงได้ให้นั่งเหยียดเท้าออกไป พร้อมทั้งขอบิณฑบาตรควบคู่กันไป ได้จรดเทียนไขลงบนกลางกระหม่อม เพียงไม่นานร่างนั้นก็ค่อย ๆ หงายนอนลงไปกับพื้นในที่สุด ซึ่งหลวงพ่อได้สอบถามอาการเจ็บปวดว่าได้มีการเคลื่อนผ่านไปตามร่างกายจส่วนไหนบ้าง ปรากฏว่าเธอรู้สึกศรีษะมึนน้อยลง ปลายนิ้วขวาชาและตึง จนในที่สุดอาการดังกล่าวก็ค่อย ๆ คลายไปจนหมด จึงรู้สึกโล่งเบาทันที

สำหรับต้นขาและปลายเท้ามีการเกร็งกระตุกทั้งสองข้าง เริ่มสั่นกระเพื่อมตั้งแต่โคนขาหรือส่วนสะโพกจนเคลื่อนไปกระตุกอยู่ที่หัวเข่า เธอแสดงอาการเจ็บปวดมาก บอกว่าตึงที่หัวเข่าขวามาก ซึ่งหลวงพ่อได้พยายามเทศน์โปรดเจ้ากรรมนายเวรนั้นอยู่นาน ก็ยังคงปวดและตึงขาอยู่ ดังนั้นหลวงพ่อจึงเริ่มต่อรองกับเจ้ากรรมนายเวรใหม่ โดยขอบิณฑบาตรและให้คนไข้ถวายสังฆทานชุดใหญ่ให้ 1 ชุ ดพร้อมทั้งเทศน์ในเรื่องศีล 5 อันเป็นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ และวิบากกรรมที่จะสืบเนื่องต่อไปในภายภาคหน้า กลายเป็นวัฏฎเวียนว่ายตายเกิดไม่รู้จบ

ในที่สุดเจ้ากรรมนายเวรที่แฝงตัวอยู่ก็เริ่มยอมรับฟังะรรมโดยดุษฎี และค่อย ๆ เคลื่อนผ่านไปทางปลายเท้าอย่างเห็นได้ชัด เพราะกล้ามเนื้อส่วนน่องมีการกระตุก และเคลื่อนเรื่อยไปถึงปลายเท้า จนปลายเท้าค่อย ๆ ลู่ลงไปจนเกือบติดพื้น และบิดลงข้างพร้อมทั้งสบัดอย่างแรง 2-3 ครั้ง คนไข้จึงรู้สึกโล่งเบา

แสดงว่าเจ้ากรรมนายเวรยอมรับสังฆทานชุดนั้นและอโหสิกรรมให้แล้วนั่นเอง ดังนั้นแม้เราจะทำบุญกรวดน้ำมากแค่ไหนก็ตาม หากเจ้ากรรมนายเวรไม่ยอมอโหสิกรรมให้ กรรมนั้นก็คงยังอยู่ และไม่คลายอาการเจ็บป่วยให้ จึงต้องอาศัยเมตตาธรรมแผ่เมตตาจิตจนกว่าวิญญาณนั้นจะคลายทิฎฐิมานะ เลิกจองเวรต่อกันอย่างถาวร เราก็จะหายเจ็บป่วยและทำสิ่งใดก็จะดีขึ้นเอง เพราะไม่มีผู้คิดจะขัดขวางในสิ่งที่ควรจะได้อีกต่อไป  จนบางทีมนุษย์ก็คิดว่าเป็นเพราะ "ดวงไม่ดี" แต่เป็นเพราะกรรมกำลังให้ผลต่างหาก หลวงพ่อวัชระได้ฝากทิ้งท้ายไว้ให้พวกเราได้คิด

ปวดข้อปวดกระดูก  Black Magic