Black Magic

Mr.Tony Tan from Singapore ทำธุรกิจเกี่ยวโครงการณ์  Jooleng Floor Master ในสิงคโปร์ได้โทรติดต่อหลวงพ่อวัชระมาแต่ต้นเดือน กรกฏาคม และได้แวะมาเมืองไทยเมื่อ 17 ก.ค.และแจ้งว่าจะมาพบหลวงพ่อที่วัด แต่เนื่องจากการสื่อสารด้วยภาษากับลูกศิษย์ที่รับสายโทรศัพท์ไม่ค่อยเข้าใจกัน เป็นว่ามาหาหลวงพ่อที่วัดในวันที่ 18 ซึ่งลูกศิษย์ก็ไม่ได้แจ้งให้หลวงพ่อทราบ และท่านก็มีกิจนิมนต์ที่กรุงเทพฯเช่นกัน ทำให้คลาดกันไป แต่คุณโทนี่ก็ไม่ละความพยายาม ได้แวะมาขอพบหลวงพ่อแต่เช้าวันที่ 19 เพราะจะต้องเดินทางกลับสิงคโปร์ในวันที่ 20 เช่นกัน
โทนี่ได้เล่าให้หลวงพ่อฟังว่า เขาประสพปัญหาทางธุรกิจมาประมาณ 6 เดือน อยู่ดี ๆ ปัญหาต่าง ๆ รุมเร้าเข้ามาจนธุรกิจเสียหาย ได้พบหมอดูหลายคนและหาพระหลายองค์ที่เมืองไทย ต่างก็ระบุว่าถูกคุนไสยที่เขาทำมา แม้จะไม่ค่อยเชื่อเรื่องเหล่านี้มากนัก แต่ในสิงคโปร์เองก็มีคนพูดถึงเรื่องมนต์ดำกันมาก พอดีได้ดู วีดีโอ.ซีดี ภาษาจีน ที่เกี่ยวกับการรักษาผู้ที่ถูกคุนไสย ก็เลยเกิดความศรัทธาอย่าแรงกล้า บังเอิญได้นามบัตรหลวงพ่อจากเพื่อนที่สิงคโปร์นำมาให้ก็เลยตัดสินใจเดินทางมาพบหลวงพ่อทันที
หลวงพ่อพิจารณาแล้ว จึงได้ให้นั่งเหยียดขาที่พื้น พร้อมกับจรดเทียนไขลงบนศรีษะคุณโทนี่ ปรากฏว่าไม่ถึง 5 นาที คนไข้ก็เริ่มออกอาการ ปลายนิ้วเท้าเกร็ง มือสองข้างที่ยันพื้นเหมือนสั่นไหวเล็กน้อย ส่วนหลังก็เริ่มเอนลงไปน้อย ๆ จากนั้นไม่นานก็เริ่มเอนลงไปเรื่อย ๆ จนนอนยาวเหยียดลงไปกับพื้น มือเท้าเกร็งกระตุก ปลายนิ้วมือสองข้างสั่นกระตุกเบา ๆ อย่างเห็นได้ชัด บริเวณกล้ามเนื้อหน้าขาสั่นระริกเป็นระยะ จนกระทั่งอาการเกร็งและการสั่นกระตุกหายเป็นปกติ
หลังจากได้อธิบายผลการบำบัดให้เข้าใจแล้ว หลวงพ่อก็ได้ทำพิธีเสริมดวง เสดาะเคราะห์ต่อชะตา เสริมดวง เสริมบารมี ด้วยการครอบมงกุฎพระเจ้าให้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้เป็นสิริมงคล จะไปประกอบอาชีพการงานใด ก็จะราบรื่นไม่มีอุปสรรค เพราะได้แก้ไขขอบิณฑบาตรสิ่งที่ไม่ดีออกไปหมดแล้ว ดังนั้นเมื่อไม่มีใครอยู่รบกวน การจะทำงานใด ๆ ก็จะปราศจากผู้รบกวนนั่นเอง
หลังจากนั้นก็ได้ทำพิธี ลงนะเมตตามหานิยม ด้วยการปิดแผ่นทอง มหาเศรษฐีหน้าทอง ลงบนหน้าผากให้เป็นกำลังใจอีก เพราะแผ่นทองที่ลงนั้นจะต้องได้รับการจารด้วยอักขระ ลงพิธีปลุกเสกเป็นพิธีก่อนที่จะนำมา ลงนะหน้าทองให้กับผู้ที่ประสงค์จะขอผลทางด้าน เมตตาค้าขาย ซึ่งหลวงพ่อก็จะลงด้วยว่าน 108 ก่อนที่จะปิดทองจนละลายหายเข้าไปในหน้าผาก จึงเสร็จพิธี

โรคมะเร็ง

คุณวรรณา  นงค์เอ้ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 145/4 หมู่ที่ 11 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรีได้มาพบหลวงพ่อเมื่อ 24 ก.ค. 47 เธอรายงานตัวเองว่า ปกติอยู่ที่เบอร์ลิน เยอรมัน แต่เนื่องจากป่วยผิดปกติมานาน จึงได้กลับมารักษาตัวที่เมืองไทย เพราะมีอาการแน่นหน้าอก จุกเสียดบริเวณใต้ลิ้นปี่ พักรักษาอยู่ที่เยอรมัน 1 เดือน หมอก็หาสาเหตุไม่พบ จึงได้กลับมาเมืองไทย เข้ารับการรักษาที่ รพ.ศิริราชอีก 3 อาทิตย์ หมอก็ได้แต่คาดเดาว่า จะเป็นมะเร็งในทรวงอก
ดังนั้นจึงได้เจาะเอาเนื้อเยื่อไปตรวจสอบ ก็ไม่มีเชื้อ สันนิษฐานอีกว่าอาจจะเกี่ยวกับโรคหัวใจ ก็เอาเข้าเครื่องสแกนก็ไม่พบสาเหตุอีก จึงได้ตัดสินใจออกจาก รพ. เพราะก่อนหน้านี้ได้มาหาหลวงพ่อที่วัด แต่หลวงพ่อยังไม่กลับจากยุโรป และมีอาการปวดที่หน้าอกมาก จึงได้เข้า รพ.อีกครั้งหนึ่ง  หลวงพ่อจึงได้สอบถามข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ก้อนที่จะป่วยได้ไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง หรือไปงานศพบ้างหรือเปล่า
  หลังจากที่นั่งเหยียดเท้าสองข้างออกไปแล้ว หลวงพ่อก็จรดเทียนไขลงบนศรีษะอีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งขอพลังทิพย์จากครูบาอาจารย์ ตรวจสอบไปทั่วร่างกาย เพียงไม่นานเธอก็เริ่มเอนล้มลงไปข้างหลังอย่างรวดเร็ว จนหลวงพ่อต้องช่วยระวังส่วนศรีษะไม่ให้ฝาดกระทบพื้นโดยฉับพลัน หลังจากนอนราบลงไปแล้ว ขาทั้งสองข้างก็เริ่มกระตุกตั้งแต่โคนขา ผ่านลงหัวเข่า ส่วนปลายเท้าก็บิดพลิกลงไปด้านข้างจนติดพื้น เกร็งอยู่เช่นนั้นหลายนาที อาการจึงค่อยเบาลง
  หลวงพ่อกล่าวว่า เกิดจากกินของไม่ดีเข้าไป ทำให้เกิดการจุกแน่นในช่องท้อง เหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างวิ่งขึ้นวิ่งลงจากข้อเท้าหรือหัวเข่าวิ่งขึ้นไปที่ทรวงอกขวา บางทีก็อยู่ในช่องท้อง เพราะหลังจากที่ได้ไล่ส่วนหัวไหล่มันก็เคลื่อนกระตุกลงไปที่ข้อมือและปลายนิ้วอย่างแรง ส่วนที่อยู่ที่ทรวงอกเคลื่อนลงสะโพกจนรู้สึกปวด จนในที่สุดในเคลื่อนผ่านลงปลายเท้า คนไข้ก็หายเป็นปลิดทิ้งทันที ยาก็ไม่ต้องกิน

แน่นหน้าอก

จสอ.ชัยเลิศ เลิศหงิม อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 183/68 หมู่ 3 ถ.สรงประภา แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ โทร.02-9285414 ได้มาพบหลวงพ่อที่วัดเมื่อ 25 ก.ค. 47 เกือบ 6 โมงเย็น ซึ่งปกติหลวงพ่อจะต้องพักผ่อน เพราะรักษาคนไข้มาแต่เช้า และเป็นวันอาทิตย์ญาติโยมจึงมากกว่าวันธรรมดา แต่เนื่องจากมากันเป็นรถตู้เพื่อมาเสิรมดวง สะเดาะเคราะห์ต่อชะตาด้วย พอเสร็จพิธีก็เข้ามากราบที่หน้าตักหลวงพ่อว่า ขอความเมตตาจากหลวงพ่อช่วยรักษาโรคให้ด้วย
เธอเล่าให้ฟังว่า จุกแน่นหน้าอก กินอะไรก็ไม่ได้มา 1 ปีกว่า แถบขวาชาทั้งแถบ เรอจุกแน่นหน้าอก นอนพักรักษาตัวที่ ศิริราชมา 1 เดือน หมอก็หาสาเหตุไม่ได้ บางครั้งรู้สึกอ่อนแรงเพราะกินไม่ได้ ผู้บังคับบัญชาสงสารให้พักรักษาตัวให้หายดีก่อน ยิ่งกินยาก็ยิ่งปวดมาก แม้แต่หมอผู้รักษายังพูดว่า "วิทยาศาสตร์ไม่มีอะไร เอ็กเรย์หมดแล้ว" หมายถึงควรรักษาทางไสยศาสตร์ดูบ้าง ซึ่งตนก็พยายามหาผู้ที่สามารถรักษาตนได้ แต่ก็ไม่ได้ผล ทุกวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม
ก่อนที่จะมาที่นี่มีเพื่อน ๆ ที่มาถวายเทียนพรรษาที่วัดเมื่ออาทิตย์ก่อนได้มาชักชวนด้วยความสงสาร พร้อมทั้งหยิบหนังสือสวดมนต์ที่รูปปกด้านหลังเป็นเจ้าแม่กวนอิมองค์ขาวยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ ทำให้ตนรู้สึกตกใจมาก เพราะก่อนหน้านี้ไม่กี่วันได้ฝันว่าอยู่ติดเขา มีพระ 2 รูป เดินจากบนฐานวิหารเจ้าแม่เดินตรงมาหาตน จึงได้ก้มกราบลงไป ทันใดนั้นองค์ที่เป็นหลวงพ่อได้ใช้ไม้เท้าจี้ลงบนหัวตน มีเลือดออกมาเป็นลิ่ม ตนได้พยายามต่อสู้เต็มที่ แต่หลวงพ่อองค์นั้นก็ใช้ให้ลูกศิษย์มากดและเหยียบที่หัวไว้ รู้สึกว่าตนเองได้พยายามต่อสู้เต็มที่ แต่สู้ไม่ได้และยอมแพ้ในที่สุด จึงเล่าเรื่องให้ทุกคนฟัง และตัดสินใจไปพบหลวงพ่อที่วัดพร้อมคณะทันที
หลวงพ่อบอกว่าแปลก ภาพปกหลังนั้นเป็นช่วงแรกในการก่อสร้างวิหารพระแม่ ส่วนหลวงพ่อสัมฤทธิ์ที่เป็นอาจารย์ท่านนั้นมักถือไม้เท้าติดตัวตลอด หลังจากที่หลวงพ่อให้คนไข้นั่งเหยียดเท้าไปกับพท้นไม่นาน ศรีษะเริ่มส่ายสบัดหนีเทียนที่จ่ออยู่ และหงายท้องนอนลงไปกับพื้น จากนั้นไม่นาน แขนขาและปลายเท้าทั้งสองข้างมีการสบัดและบิดไปมาอย่างแรงหลายครั้ง จากนั้นไม่นานร่างนี้ก็พลิกตัวกลิ้งไปมาจนคนที่นั่งอยู่แตกหลบทางกันพัลวัล จากช่วงเอวและสะโพกก็บิดไปมาอย่างน่ากลัว นับว่าเป็นเคสที่ควรศึกษามากเช่นกัน จนผ่านไป 10 กว่านาทีอาการจึงสงบ
หลวงพ่อจึงได้สอบถามรายละเอียดจากคนไข้ต่อว่า เธอไปรับขันธ์มาด้วยหรือเปล่า ซึ่งคนไข้ก็ยอมรับ ท่านบอกต่อไปว่า มีทั้งของดีและของไม่ดีอยู่ในตัว เกิดจากถูกของกินที่มีคนใส่ให้กิน จึงทำให้จุกแน่นหน้าอก ส่วนองค์ที่รักษาก็กันกันอยู่ ทำให้ร่างเหนื่อยและอ่อนเพลีย บัดนี้ของไม่ดีได้ถูกกำจัดออกจากร่างไปแล้ว ต่อไปก็กินอาหารได้ตามปกติ อาการจุกแน่นก็จะไมดไป หากเป็นไปได้ ควรสวดมนต์นั่งสมาธิทุก ๆ วัน เพื่อเสริมสร้างบารมีของตนเองให้เข้มแข็งไว้

ตัดกรรม

คุณฉวี  ปานโทน ถ.สุขุมวิทย์ อ.เมือง จ.สมุทปราการ โทร. 02-7023989 ได้มาถือศีลบวชชีพราหมณ์ที่วัดถ้ำแฝดในครั้งนี้ก็เพราะ เจ้ากรรมนายเวรร้องขอให้บวชชีพราหมณ์ 15 วัน จริง ๆ แล้วเธอก็บวชถือศีลต่อเนื่องกันมาไม่ต่ำกว่า 7 ปี มากบ้างน้อยบ้าง เพราะก่อนหน้านั้นมีปัญหาทางการค้าขายมาตลอด จนมีเพื่อนชวนมาบวชชีพราหมณ์เป็นครั้งแรกที่วัดถ้ำแฝด หลังจากนั้นก็ไปวัดอัมพวันบ้างตามโอกาส บางครั้งก็ดีขึ้น บางครั้งก็แย่ลง แต่เมื่อปีก่อนเธอโชคดีมาก ได้นิมิตรไปเสี่ยงโชคเธอก็ได้เงินมากว่าแสนบาท
แต่หลังจากนั้นก็ได้เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ช่วงหลังเกือบปีเงียบสนิท แม้เธอจะพยายามถือศีลตามวัดต่าง ๆ ทำบุญกฐิน ผ้าป่า ก็ไม่ดีขึ้น ประมาณปลายปี 2546 เธอได้มีโอกาสแวะมากราบหลวงพ่อวัชระอีก ท่านก็ทำพิธีสื่อกับเจ้ากรรมนายเวรให้ ปรากฏว่าเจ้ากรรมนายเวรได้ฟ้องบอกว่า ที่เธอทำมาทั้งหมดนั้น เขาไม่ได้รับเลย จึงขอให้บวชชีพราหมณ์ให้เขาอีก 15 วัน ซึ่งเธอก็อ้างว่า ไม่มีเวลาเพราะเป็นห่วงบุตรที่กำลังศึกษาหลายคน อีกทั้งการค้าการขายไม่อาจละได้เหมือนกันย
  แต่เธอก็พยายามบวชชีพราหมณ์ 3-5 วันตามโอกาสอีกหลายครั้ง แต่ยิ่งทำก็ยิ่งแย่กว่าเดิม เมื่อหลวงพ่อกลับจากยุโรปเมื่อต้นเดือน กรกฏาคม เธอก็รีบมากราบขอพรอีก คราวนี้เจ้ากรรมนายเวรก็ขึ้นมาต่อว่าอีก แถมร้องห่มร้องไห้เสียงดังได้ยินกันชัดเจน ซึ่งหลวงพ่อก็ย้ำอีกว่ารีบบวชให้เขาเสียก่อนที่จะไม่มีอะไรจะกิน เธอก็ขอผลัดผ่อนไปอีก ด้วยเหตุผลเดิม ว่าไม่มีเวลาห่วงลูก ห่วงร้าน
  2 อาทิตย์ผ่านไป หลวงพ่อได้โทรไปหาคุณฉวี เพื่อสอบถามว่าได้เตรียมตัวไปบวชหรือยัง ผลก็คือยังเหมือนเดิม คราวนี้หลวงพ่อก็เลยต้องอบรมเพิ่มเติมและสั่งให้บวชชีพราหมณ์โดยด่วน เพราะเจ้ากรรมนายเวรไม่ยอมผลัดผ่อนอีกแล้ว หากเธอไม่รีบแก้ไขตอนนี้ เธอจะหมดโอกาสอีกต่อไป ส่วนจะบวชที่ใดก็อยู่ที่เธอพิจารณา หลังจากนั้นไม่กี่วัน เธอได้โทรกลับมาหาหลวงพ่อว่า ปัญหาเรื่องเงินค่าใชจ่ายที่ต้องใช้ในกิจการได้รับการแก้ไขแล้ว เพราะมีลูกค้าโทรจะนำเงินค่าจ้างที่ค้างอยู่มาจ่ายให้ ทั้ง ๆ ที่ได้ติดตามทวงถามหลายครั้งก็ไม่สำเร็จ ไม่รับสายบ้าง ผลัดผ่อนบ้าง จนคิดว่าจะไม่ได้คืนเสียแล้ว แต่พอตัดสินใจจะบวชชีพราหมณ์เท่านั้น ลูกหนี้ก็โทรแจ้งเข้ามาเอง ทำให้มีกำลังใจที่จะปฏิบัติธรรม
  เธอได้ตัดสินใจถือศีลอยู่ที่วัดถ้ำแฝด 15 วันตามสัจจะ โดยมีหลวงพ่อคอยให้คำแนะนำและจัดอาหารมังสวิรัติให้ทุกวัน เพื่อให้เธอได้มีเวลาปฏิบัติให้เต็มที่ ซึ่งเธอก็ได้ตั้งใจสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น เดินจงกรม นั่งสมาธิ อย่างเต็มที่ เพราะถ้าเธอขี้เกียจจะถูกเตือนทันที ทำให้เจ็บแน่นหน้าอกและไอถี่ ๆ แต่ถ้าปฏิบัติก็จะหายทันที แม้จะไปนอกวัดเพื่อซื้อของที่ตลาดก็ยังไม่วายผิดปกติเหมือนกัน
  อาทิตย์แรกเธอมีความรู้สึกว่าอยากจะคุยกับหลวงพ่อเป็นพิเศษ เมื่อว่างจากแขกทั่วไปเธอก็ได้เข้ามากราบรายงานการปฏิบัติที่ผ่านมา เพียงครู่เดียวเธอก็เริ่มมีน้ำตาไหลออกมา พร้อมกับก้มลงกราบใหม่อีกครั้ง แต่เสียงที่รายงานตัวนั้นเปลี่ยนไป ปรากฏว่าเป็นเจ้ากรรมนายเวรแสดงตัว กราบขอบพระคุณหลวงพ่อที่ได้ให้ร่างนี้มาปฏิบัติธรรมที่วัด เขารู้สึกดีใจมากและมีความสุขเป็นพิเศษที่คำร้องขอได้รับการกระทำแล้ว ยิ่งพูดก็ยิ่งร้องไห้ดังขึ้น ขอบคุณแล้ว ขอบคุณอีก
วันสุดท้ายเมื่อจะลาสิกขาบทไปถือศีล 5 ตามเดิม เจ้ากรรมนายเวรก็แสดงตนอีกครั้งหนึ่งด้วยน้ำตานองหน้า กราบหลวงพ่อด้วยความเคารพอย่างสูง หากไม่ได้หลวงพ่อแล้วผมก็คงไม่มีวันนี้เกิดขึ้น ผมมีความสุขและดีใจมาก เพราะผมจะมาลาไปเกิดใหม่แล้ว ปากก็พร่ำรำรึงรำพันด้วยความดีใจ กราบแล้วกราบอีก ย้ำถึงบุญคุณที่หลวงพ่อได้โปรดให้เขาในครั้งนี้ ทำให้ทุกคนที่อยู่ในสถานที่นั้นน้ำตาคลอเบ้าโดยไม่ต้องดูบท เพราะเป็นสิ่งที่เกิดจากจิตใจที่บริสุทธิของดวงวิญญาณดวงหนึ่งที่กำลังจะพ้นจากความทุกข์ทรมานอันแสนสาหัส ด้วยเมตตาบารมีของหลวงพ่อที่ทำให้ ดวงจิตทั้งสองพ้นจากความทุกข์ ตัดหนี้เวรหนี้กรรมกันหมดแต่ในชาตินี้

โรคคุณไสย  ปวดข้อปวดกระดูก