|
ปวดข้อปวดกระดูก |
|
 |
8 กรกฎาคม 47 คุณรุ่งนภา
ธีรแสงสุข อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 หมู่ที่ 3 ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก
จังหวัดปทุมธานี ได้มาพบหลวงพ่อเป็นครั้งที่ 2
เพราะวันเสาร์ที่ผ่านมาก็ได้มาขอให้หลวงพ่อแก้ไขอาการ อาการปวดข้อปวดกระดูก
แต่เนื่องจากหลวงพ่อมีแขกมาขอรับการแก้ไขอาการเจ็บป่วยเป็นจำนวนมาก
แต่อาการปวดที่บ่าและแขนเบาลงมาก แต่ยังมีอาการปวด
ที่ข้อเท้าและหัวเข่าอยู่ ดังนั้นจึงมาหาหลวงพ่อตั้งแต่ 7 โมงเช้า
|
|
 |
หลังจากสอบถามอาการพอสังเขปแล้ว
หลวงพ่อก็ให้คนไข้นั่งเหยียดขาออกไปทั้งสองข้าง
แล้วเอาเทียนไขในพานครูจรดลงบนศรีษะ
และกล่าวขอบิณฑบาตรต่อวิญญาณที่แฝงอยู่ภายในหรือเกาะอยู่ในโพรงกระดูกส่วนต่าง
ๆ ของร่างกายให้เคลื่อนที่ออก เพียงครู่ใหญ่คนไข้เริ่มส่ายศรีษะหมุนไปมา
เพื่อหนีเทียนไขที่จ่ออยู่บนศรีษะ
สีหน้าแสดงถึงอาการเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด ศรีษะ
เริ่มก้มไปข้างหน้าเล็กน้อย ข้อเท้าขวาสั่นกระตุกอย่างแรงเป็นระยะ ๆ |
|
 |
แต่หลังจากที่หลวงพ่อนำเทียนไขออกจากบนศรีษะ
เธอก็เริ่มมีอาการเอนไปด้านหลังทีละน้อย แล้วค่อย ๆ
ล้มนอนลงกับพื้นในที่สุด แขนซ้ายขวามีการบิดไปมาอย่างน่ากลัว
ข้อมือเกร็งกระตุกเป็นระยะ จนค่อย ๆ
ผ่อนแรงลงทีละน้อยและหยุดนิ่งไปในที่สุด |
|
 |
เมื่อเห็นว่าอาการเกร็งมือและเท้าหายหยุดนิ่งจนอยู่ในสภาวะปกติแล้ว
หลวงพ่อจึงอนุญาตให้ลุกขึ้นนั่ง และสอบถามอาการความรู้สึก
เธอบอกว่ายังกับใครเอาเหล็กแหลมมาทิ่มตำปักลงบนกระหม่อม เจ็บมาก
แต่ตอนนี้รู้สึกโล่งและเบา อาการที่ปวดกระดูกก็เบาลงไป
ไม่เหมือนตอนที่มาเวลาเดินรู้สึกเหมือนถูกยึดและขัดเดินไม่สะดวก |
|
เหมือนมีคนตาม |
|
 |
11 กรกฏาคม 47 คุณอรศิริ โกริตเตย์
อายุ 28 อยู่บ้านเลขที่ 66/68 ถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี
ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ได้เดินทางมากับเพื่อน ๆ
เพื่อมาให้หลวงพ่อ
รักษาอาการเจ็บป่วยของแต่ละคน ทั้ง ๆ ที่แต่ละคนอายุ 20 เศษ ๆ เท่านั้น
สำหรับคุณอรศิรินั้นเธอป่วยเป็นโรคข้อกระดูกเช่นกัน คือปวดข้อมือขวา
ที่ข้อเท้าสองข้าง |
|
 |
เธอเล่าให้ฟังว่าสามเดือนก่อนเธอได้เดินทางไปที่เยอรมัน
เธอปวดที่ข้อเท้าทั้งสองข้างเจียนจะขาด
ยกของก็ไม่ได้ปวดที่ข้อมือแทบน้ำตาร่วง
แต่หลังจากอยู่ในเยอรมันได้เดือนเศษอาการปวดก็เบาลง
แต่ที่ข้อมือก็ยังปวดมาก บางทีพอถึงวันพระ
มีความรู้สึกอยากเข้าห้องพระสวดมนต์ แต่พอจริง ๆ
แล้วก็มีเหตุขัดข้องทุกทีไป แม้จะนั่งสมาธิเดินจงกรม ก็จะปวดข้อเท้ามาก
เดินจงกรมก็ไม่ได้ เหมือนมีคนคอยกวนตลอดเวลา |
|
 |
หลวงพ่อพิจารณาแล้ว
จึงให้นั่งเหยียดเท้าทั้งสองข้างออกไป พร้อมทั้งจรดเทียนลงบนศรีษะ
เพียงครู่ใหญ่หลวงพ่อก็ถามว่าเจ็บที่ศรีษะไหม เธอบอกว่าเจ็บมาก
หลวงพ้อถามต่อไปอีกว่า ปกติปวดที่ศรีษะบ่อยหรือไม่
เธอก็บอกว่าปกติไม่ค่อยเป็น
หลังจากนั้นไม่นานเธอก็เริ่มโอนเอนลงไปทางด้านหลัง
จนในที่สุดล้มนอนราบลงไปกับพื้น |
|
 |
ข้อมือซ้าย-ขวาเกร็งกระตุกเป็นระยะ ๆ
นิ้วมือหงิกงอจนน่ากลัว เธอบอกว่าเหมือนอะไรบางอย่างวิ่งลงมาจากศร๊ษะ
ร้อนวูบลงไปทางทรวงอก ไหล่ และขา ซึ่งต่อมาปลายเท้าก็เริ่งเกร็งกระตุก
บิดงอจนติดพื้นเช่นกัน มือเท้าบิดเกร็งสลับไปมาเกือบค่อนชั่วโมง
จนหลวงพ่อต้องฉันเพลก่อน จึงเริ่มมาดูแลต่อ ให้มือเท้าคลายเป็นปกติ
และคนไข้กินอาหารกลางวันก่อน จึงได้เริ่มทำพิธีต่อ
จนข้อมือข้อเท้าเริ่มคลายอาการเกร็งและเบาขึ้นมาก
จึงได้หยุดทำพิธีในรอบหลัง |
|
มะเร็งทรวงอก |
|
 |
นางบุญส่ง ศิริสูตร
อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59/19 ถ.พระราม 2(ซอย73) แขวงแสมดำ
เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ได้มาพบหลวงพ่อวัชระ 2 ครั้ง
เนื่องจากป่วยเป็นโรคมะเร็งที่เต้านม และผ่าตัดไปแล้ว มีอาการเจ็บที่หน้าอก
ปวดตามข้อตามกระดูก โดยเฉพาะที่สะโพกขวา ข้อมือขวา เป็นค่อนข้างมาก
ปวดจนแทบทนไม่ไหว อยากตายให้รู้แล้วรู้รอดไป
ทุกวันนี้อาศัยยาแก้ปวดที่พอบรรเทาให้เบาลงเท่านั้น พอหมดฤทธิ์ยาก็ปวดอีก
หาหมอมาหลายปีไม่ดีขึ้นเลย |
|
 |
แต่เมื่อได้รับการแก้ไขเบื้องต้นจากหลวงพ่อวัชระ รู้สึกเบาขึ้น
แต่พอไม่กี่วันก็ปวดมากอีกเช่นเคย
ถ้าไม่มียาแก้ปวดช่วยก็คงไม่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้เลย
แต่เนื่องจากมาพบหลวงพ่อในวันอาทิตย์ตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค. 47 เป็นต้นมา
ญาติโยมมารอพบหลวงพ่อเป็นจำนวนมากทำให้ไม่สามารถแก้ไขให้ได้เต็มที่
ท่านจึงสั่งให้มาวันธรรมดา
เพราะในกรณีเป็นมากและเจ้ากรรมนายเวรยังไม่ยินยอมให้อโหสิกรรม
อาจต้องใช้เวลาต่อคนเป็นชั่วโมง |
 |
17 ก.ค. 47
ช่วงเช้าจึงได้มาขอรับการแก้ไขจากหลวงพ่ออีก วันนี้คนไม่ค่อยมาก
เมื่อหลวงพ่อจรดเทียนลงบนกระหม่อมจอมขวัญเท่านั้นเอง
ร่างคนไข้ก็เริ่มส่ายศรีษะขึ้นลง
หมุนขวาหมุนซ้ายพยายามหลบเทียนไขที่จ่อตามติดเป็นพัลวัล
เพราะบางครั้งหมุนไปซ้าย-ขวา ก้มหน้าและเอนไปด้านหลัง เกือบ 10 นาที
ข้อมือซ้ายขวาทั้งสองข้างเริ่มบิดและงอนิ้วมือไปมาก ครู่ใหญ่ต่อมา
ร่างนี้ก็เริ่มเอนตัวลงไปด้านหลังและหงายท้องนอนไปบนหมอนที่เตรียมไว้แล้ว |
|
 |
ตลอดเวลาที่นอนอยู่นั้นข้อมมือทั้สองข้างหมุนบิดไปมาในลักษณะต่าง ๆ
ส่วนปลายนิ้วก็เกร็งกระตุกเป็นบางครั้ง 10 กว่านาทีผ่านไป
อาการเกร็งมือจึงค่อยคลายลงไป
หลังจากนั้นเริ่มมีการเกร็งกระตุกที่ต้นขาขวาเป็นระยะ
จนเหมือนมีอะไรวิ่งผ่านลงไปถึงหัวเข่าและเลยไปจนถึงปลายเท้าปลายนิ้วทั้งสองข้าง
ปลายเท้าขวาบิดกระตุกแรง ๆ หลายครั้ง
จนในที่สุดปลายเท้าที่เกร็งก็คลายอ่อนตัวลง เหมือนคนปกติทั่วไป |
 |
ภายหลังการรักษาเธอเล่าให้ฟังว่า
ตอนที่หลวงพ่อบอกให้ดึงออกมาแรง ๆ
นั้นเหมือนมีอะไรที่ทรวงอกถูกดึงออกมาที่ปลายนิ้วเท้าอย่างแรง
จนรู้สึกโล่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะจริง ๆ
เธอทำใจแล้วว่าคงต้องตายเร็ว ๆ นี้ เพราะเจ็บปวดแทบทนไม่ไหว
หากไม่ได้ยาก็คงไม่อยู่ถึงขนาดนี้ และพยายามทำบุญถวายสังฆทานมาโดยตลอด
จนทราบข่าวการรักษาโรคแก้กรรมจาก หนังสือนิตยสาร "ศักดิ์สิทธิ์"
จึงได้ติดตามหลวงพ่อตั้งแต่ตอนที่ท่านไปยุโรปจวบปัจจุบัน |
|
เจ็บหน้าอก |
 |
คุณรัตนา ปาลพันธุ์ อายุ 43 ปี
อยู่บ้านเลขที่ 149/8 หมู่ที่ 3 ตำบลปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ป่วยมานาน
2 เดือนเศษ เริ่มแรกรู้สึกชาที่ขา
หลังจากนั้นมีความรู้สึกเหมือนมีอะไรวิ่งจากหัวเข่าไปที่ท้องบ้าง
ต้นแขนบ้าง คล้ายเป็นก้อน ๆ แต่เคลื่อนที่ได้ บางครั้งเจ็บปวดมาก
ได้พยายามหายามากินตลอด ยิ่งนานวันดูเหมือนจะรุนแรงขึ้น
บางครั้งเหมือนของทิ่มแทงอยู่ตามแถบแขนและขาขวา
บางทีเหงื่อออกมากและรู้สึกหนาวผิดปกติ |
 |
ทราบว่าหลวงพ่อไปต่างประเทศนาน
ก็ได้แต่หาหมอและกินยาแก้ปวดประทังไปเท่านั้นเอง 20 ก.ค. 47
จึงได้มาพบหลวงพ่อ เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมา 2 ครั้ง
แต่ท่านติดกิจนิมนต์กรุงเทพฯ
เธอเล่าว่ากลางคืนเวลานอน มันก็วิ่งลงขาบ้างขึ้นไปที่ช่องท้องบ้าง
แล่นขึ้นมาจุกแน่นที่กลางอก เจ็บปวดหายใจไม่ออก บางทีก็พยายามไปตามวัดต่าง
ๆถวายสังฆทานอุทิศให้แก่เจ้ากรรมนายเวร แต่ก็ไม่ได้ผล
อาการก็ยิ่งแย่ลงกว่าเดิม |
 |
หลวงพ่อจึงให้นั่งเหยียดเท้าออกไปทั้งสองข้าง ส่วนเทียนก็จรดลงบนศรีษะ
เพียงครู่ใหญ่ สีหน้าบ่งบอกถึงความเจ็บปวด
และพยายามส่ายศรีษะหนีเทียนที่จ่ออยู่
ต้นแขนขวาเริ่มสั่นกระตุกอย่างแรงผ่านเลยไปถึงข้อศอก
และเธอบอกว่าปวดที่ข้อศอกมาก
หลวงพ่อจึงแก้ไขให้จนรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวที่ผิดปกตินั้นได้หลุดผ่านปลายนิ้วมือออกไป
และในขณะที่หลวงพ่อแก้ไขให้นั้นข้อมือสบัดไปมาอย่างแรง
และชาที่ปลายนิ้วมืออย่างมาก จนหยุดนิ่งสงบ |
 |
แต่เธอยังมีอาการปวดที่กลางแผ่นหลังเป็นอย่างยิ่ง
หลวงพ่อก็แก้ไขให้อีก จนมันเคลื่อนลงมาที่สะโพกขวา
เหมือนเป็นลูกเป็นก้อนและเจ็บปวดจนอยากร้องไห้ออกมา
หลวงพ่อจึงได้เจรจาแก้ไขต่อไป
ด้วยการขอบิณฑบาตรและแสดงพระธรรมเทศนาโปรดวิญญาณที่เป็นมิจฉาทิฎฐิดวงนั้นต่อไปอยู่นาน
ในที่สุดก็ขอต่อรองอุทิศสังฆทานชุดใหญ่เพื่อเป็นการขอขมากรรมที่มีต่อกัน
หากวิญญาณนั้นยอมรับก็ขอให้เคลื่อนลงไปที่ปลายเท้าให้หมด |
| |
ปรากฏว่าดวงวิญญาณดวงนั้นยอมผ่อนคลายให้ในที่สุด ก็ค่อย
ๆ เริ่มเคลื่อนผ่านต้นขาลงไปเรื่อย ๆ จนถึงหัวเข่า
จากหัวเข่าก็มีการสบัดขาอย่างแรงหลายครั้ง
จนผ่านถึงข้อเท้าและปลายนิ้วที่แบะออกไปที่ปลายเท้าทั้งสองข้าง
ปลายนิ้วเท้าสั่นกระตุกเป็นระยะจนในที่สุดก็นิ่งสงบ
ซึ่งแสดงว่าได้ออกไปหมดแล้ว แต่ระหว่างที่มันเคลื่อนที่ออกนั้น
คนไข้รู้สึกปวดในกล้ามเนื้อมาก เหมือนก้อนอะไรซักอย่างแหวกผ่านกล้ามเนื้อสด
ๆ ของเราออกไป จนรู้สึกโล่งไปในที่สุด |
|
โรคคุณไสย |