ประสพการณ์การฝังเหล็กไหล
คุณพัทรธนันท์
ธัญทิพทศพร พร้อมด้วยคุณแม่ ซึ่งอยู่ที่ ถนนคูเมือง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
โทร.06-6886474 ได้มาฝังเหล็กไหลฤาษีไปครั้งแรกเมื่อกลางเดือน สิงหาคม 2549
ก็มีประสพการณ์แปลก ๆ เกิดขึ้นกับตนเอง
กล่าวคือปกติคุณพัทรธนันท์มักจะนั่งสมาธิเป็นประจำ และมักจะมีลางสังหรณ์ที่แม่นยำ
บางครั้งมีความรู้สึกล่วงหน้าเป็นปี พอถึงเวลาเรื่องราวเหล่านั้นก็เกิดขึ้นจริง
ดังนั้นเมื่อฝังเหล็กไหลไปแล้วก็ยังคงนั่งสมาธิเป็นปกติ ปรากฏว่าในขณะที่นั่งนิ่งอยู่นั้นเห็นพระพุทธรูปในห้องพระกลอกลิ้งดวงตาไปมา หลังจากนั้นไม่นานก็ปรากฏเป็นฤาษีลอยออกมาจากพระพุทธรูปองค์นั้น ซึ่งตนเองก็แปลกใจมาก ๆ เพราะก่อนที่จะฝังเหล็กไหลก็ไม่เคยปรากฏเรื่องราวเหล่านี้ให้เห็น เพราะปกติจะสวดยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก 15 จบเป็นประจำ แล้วจึงนั่งสมาธิ ทำให้มั่นใจว่าเหล้กไหลที่ฝังมานั้นศักดิ์สิทธิ์แน่นอน จึงอยากฝังเหล็กไหลชนิดอื่นเพิ่มเติมอีก
ดังนั้นจึงได้เล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้คุณแม่ฟัง
และขอฝังเหล็กไหลอีกเม็ดหนึ่ง ซึ่งครั้งแรกคุณแม่ก็ไม่อนุญาต
เพราะคิดว่าฝันเพ้อเจ้อหรือเปล่า แต่ก็ได้รับการยืนยันว่าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ
ก็เลยพามาหาหลวงพ่อให้ฝังเหล็กไหลตาแรดอีกข้างหนึ่งเมื่ออาทิตย์ก่อน หลังจากนั้น
3-4 วันก็ได้แกะพลาสเตอร์ยาออกก็พบว่าเหล็กไหลที่ฝังครั้งหลังเพียงเม็ดเดียว
กลับปรากฏเป็นเม็ดเหล็กไหลขึ้นมา 2 เม็ด
ซึ่งยังความมหํศจรรย์แก่ผู้เป็นแม่เป็นอย่างยิ่ง จึงได้มาพบหลวงพ่อเมื่อวันที่ 27
ส.ค. 49 เพื่อเล่าเรื่องเหล่านี้ให้รับทราบ ทีแรกลูกบอกว่าเหล็กไหลงอกได้
ก็รู้สึกว่าลูกโกหก แต่พอเห็นที่แขนแล้ว ก็ต้องประหลาดใจจนพูดไม่ออก
เพราะคุณแม่เองก็ฝังครั้งแรกพร้อมกับลูกชาย
แต่ก็ยังไม่สามารถสัมผัสได้ลึกซึ้งขนาดนี้
หลวงพ่อเองได้ฟังแล้วก็เชื่อว่าเป็นความจริง เพราะเรื่องนี้เคยได้ยินและพบว่าเหล้กไหลบางครั้งเก็บล็อคไว้อย่างดี แต่กลับอันตธานหายไป บางคนก็พบว่าสามารถงอกเพิ่มขึ้นมาได้ เฉกเช่นพระธาตุหรือพระบรมสารีริกธาตุ ที่จะเสด็จมาโปรดผู้ทีหมั่นปฏิบัติธรรมอยู่เสมอ
ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 เดือน มีสุภาพสตรีท่านหนึ่งซึ่งฝังเหล็กไหลไปจากทางวัดไม่นาน ได้กลับมาเล่าให้หลวงพ่อฟังว่า มีเหล้กไหลงอกขึ้นมาที่หลังมือซ้ายข้างที่ฝังเหล็กไหล ลักษณะเป็นก้อนแข็งเหมือนเหล็กไหลที่ฝัง แต่รูปทรงรียาวเหมือนเม็ดข้าวสาร 1 เม็ด และดูเหมือนกำลังจะงอกขึ้นมาใหม่อีก 1 เม็ด ซึ่งหลวงพ่อพิจารณาแล้วก้ไม่กล้าฟันธงว่าใช่หรือไม่ เพราะไม่เคยพบมาก่อน เพราะดูแล้วก็ไม่มีร่องรอยหรือบาดแผลที่หลังมือ
ดังนั้นในกรณีล่าสุดก็เกิดขึ้นคล้ายคลึงกัน
จึงขอให้ท่านได้ศึกษาและใช้วิจารณญาณของท่านพิจารณาด้วย
สงสัยประการใดคงสอบถามจากคุณแม่หรือเจ้าตัว คุณพัทรธนันท์
ก็คงจะได้ข้อมูลที่ละเอียดกว่านี้