

30
วันรอบโลก![]()
วอชิงตัน ดี.ซี.
อเมริกาเป็นดินแดนที่ยิ่งใหญ่ เป็นที่ใฝ่ฝันของนักเดินทางนานาชาติ ที่อยากจะได้ย่างเหยียบดินแดนแห่งนี้สักครั้งหนึ่งในชีวิต จะได้รู้เห็นกับตาว่าที่เห็นในภาพยนต์หรือทีวีนั้นมันเป็นจริงขนาดไหน ดังนั้นเมื่อมีโอกาสได้แวะเหยียบแผ่นดินอเมริกาครั้งแรกที่ ลอสแอลเจลิส นั้นเป็นเหมือนประตูเข้าสู่อเมริกาเท่านั้น ยังไม่ได้สัมผัสกับอเมริกาอย่างแท้จริง จนบินมาถึง วอชิงตัน ดี.ซี. จึงถือได้ว่าถึงอเมริกาจริง ๆ
วอชิงตัน ดีซี (District of Columbia) เป็นเมืองหลวงของสหรัฐอเมริกาที่สวยงามมาก ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำโปโตแมค (Potomac) มีลักษณะที่เป็นเมืองพิเศษที่แตกต่างจากเมืองอื่น ๆ ของสหรัฐอเมริกาหรือของโลก เพราะกรุงวอชิงตันเป็นเมืองอิสระไม่ขึ้นกับรัฐใด แต่ก็ไม่มีฐานะเป็นรัฐ แต่เป็นสถานที่ตั้งของรัฐบาลกลางสหรัฐ เนื่องจากสหรัฐอเมริกานั้นมีรัฐอยู่แห่งหนึ่งชื่อ รัฐวอชิงตัน (Washington State) ซึ่งทำให้เรามักสับสนกับเมือง วอชิงตัน ดี.ซี.ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกระหว่างรัฐเวอร์จิเนียร์กับแม่รี่แลนด์ แต่รัฐวอชิงตันนั้นเป็นรัฐใหญ่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เหนือแคลิฟอร์เนียขึ้นไป มีเมืองหลวงของรัฐชื่อ ซีแอตเติ้ล
วอชิงตัน
ดี.ซี. นี้นำมาจากชื่อของ จอร์จ วอชิงตัน ประธานาธิบดีคนแรกของอเมริกา บวกกับชื่อ
คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ผู้ค้นพบทวีปอเมริกา
ภายหลังจากอเมริกาได้รับอิสรภาพจากการเป็นอาณานิคมของอังกฤษแล้ว
ก็มีการย้ายเมืองหลวงไปในที่ต่าง ๆ กันหลายครั้ง จนในปี ค.ศ. 1790 จอร์จ วอชิงตัน
จึงได้เลือกดินแดนที่เป็นวอชิงตันทุกวันนี้เป็นเมืองหลวงถาวร
มีการวางผังเมืองและก่อสร้างอาคารต่าง ๆ มากมาย อาคารที่สำคัญคือ ตึกรัฐสภา ไวท์เฮ้าท์ทำเนียบประธานาธิบดี
นอกจากนั้นก็ได้สร้างอาคารที่ทำการของรัฐบาลเพิ่มเติมอีกหลายแห่ง
ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสถาปัตยกรรมแบบกรีกเป็นส่วนใหญ่
วันนี้ได้มีโอกาสเดินทางเข้าไปเที่ยวเมืองหลวงของสหรัฐคือ กรุงวอชิงตัน ดีซี.นั่นเอง การเดินทางจากวัดลาวพุทธวงศ์นั้นได้อาศัยเส้นทางรถยนต์จะสะดวกที่สุด เพราะอยู่ชานเมืองออกไป จะเข้าสู่ตัวเมืองหลวงก็ใช้เวลาประมาณ 40 นาที พระมหากิตติโชติ รองเจ้าคณะอำเภอเดิมบางฯ เป็นผู้นำไปเที่ยวเมืองในวันนี้ จุดหมายปลายทางอยู่ที่ ทำเนียบประธานาธิบดี ตึกรัฐสภา อนุสาวรีย์วอชิงตันและอับราอัม ลินคอน พิพิธภัณฑ์สมิธเนียน ซึ่งล้วนแต่เป็นของใหม่ที่เพิ่งเคยได้ยินก็มีเคยเห็นจากหนังหรือข่าวก็มี แต่ก็ไม่มีความรู้เกี่ยวกับสิ่งนั้นเท่าใดนัก
ระหว่างเส้นทางที่ออกจากวัดไปนั้นเป็นถนนลาดยางรถสวนกันได้
สองข้างทางเป็นทุ่งหญ้าสลับป่าธรรมชาติ ซึ่งเขาดูแลรักษาความเป็นธรรมชาติได้ดีมาก
ถึงแม้จะมีบ้านอยู่สองฝากถนนเป็นระยะ แต่ก็ดูเหมือนไม่มีใครไปทำลายความเป็นะรรมชาติของป่าเลยแม้แต่น้อย
สังเกตุจากความสมบูรณ์และหนาแน่นของป่าและทุ่งหญ้า สิ่งหนึ่งที่แปลกใจมาก ๆ ก็คือ
กวางที่อยู่กันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ
กระจัดกระจายทั่วไประหว่างป่าและทุ่งหญ้าสองข้างทางที่รถวิ่งผ่านไป
เห็นมันเล็มหญ้าตัวเดียวบ้างเป็นฝูงบ้าง ไม่สนใจว่ารถจะวิ่งไปวิ่งมา
มีแต่ป้ายเตือนนักขับรถให้ระวังกวาง สอบถามดูแล้วทราบว่าเป็นกวางที่อยู่ตามะรรมชาติ
ไม่มีใครกล้าไปทำร้ายมัน เพราะกฏหมายลงโทษรุนแรงพอสมควร
แต่จะมีช่วงเทศกาลให้ล่ากวางบ้างเหมือนกัน เพราะมันแพร่พันธ์มากเหลือเกิน
จึงต้องทำลายให้ลดลงไปบ้าง ต่างจากบ้านเราจะดูกวางทีก็ต้องไปเขาใหญ่โน่น
ส่องสัตว์ตอนกลางคืน ซึ่งเห็นบ้างไม่เห็นบ้าง
แต่ที่นี่เห็นแต่เช้ายันเย็นดูเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่นี่
บ่อยครั้งที่กวางวิ่งผิดทางหลงเข้ามาบนถนนรถ ถูกรถชนตายก็มากเหมือนกัน เหมือนบ้านเราที่สุนัขมักถูกชนตายตามถนน ต่างกันว่ามันเป็นกวางเท่านั้น ความจริงระหว่างเส้นทางจะมีสิ่งกีดขวางคล้ายลวดหนามขึงติดกับท่อนไม้อยู่ข้างราวป่าตลอดทาง แต่ก็มีเหมือนกันที่บางจุดถูกทำลายลงไป จึงทำให้กวางเหล่านั้นพลัดลงไปบนถนนได้เช่นกัน เพราะถ้าขับไม่ดีชนมันตายก็มีสิทธิเสียเงินค่าปรับได้เหมือนกัน แต่ไม่มีใครสนใจที่จะเอาเนื้อไปกินต่างจากคนเอเซียโดยเฉพาะคนไทยหรือลาว ถ้าพบมันถูกชนก็จะถือโอกาสเก็บเอาไปแล่เนื้อทำลาภทำกวางย่างเสียหมด
สถานที่ท่องเที่ยว
หัวใจของกรุงวอชิงตันดีซี
คือบริเวณรอบ ๆ และใกล้เคียง The Mall
อันเป็นสนามหญ้ากว้างยาวทอดตัวระหว่าง อนุสาวรีย์ลินคอล์นกับอาคารรัฐสภา
แหล่งท่องเที่ยวในวอชิงตันนี้แบ่งได้เป็น 4 ประเภทด้วยกัน คือ พิพิธภัณฑ์
ที่ทำการของรัฐบาล อนุสาวรีย์ และแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ
ดีอย่างที่แหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ไม่มีการเก็บค่าเข้าชมเหมือนบางแห่ง
ดังนั้นเมื่อรถเริ่มวิ่งเข้าสู่กรุงวอชิงตันก็จะเห็นสิ่งสำคัญคือ อนุสรณ์สถาน
วอชิงตัน เป็นเสาคอนกรีตแท่งใหญ่เด่นแต่ไกล ใกล้ ๆ กันก็เป็นทำเนียบประธานาธิบดี
นั่งอยู่บนรถชมสองข้างทางไปเรื่อย ๆ
เพียงครู่เดียวรถก็มาจอดอยู่หน้าตึกอาคารสูงใหญ่แบบกรีกโบราณ
เห็นรถบัสและผู้คนเดินขึ้นเดินลงมากมาย
รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ชมสิ่งประหลาดมหัศจรรย์ของกรุงวอชิงตันแล้วซี
The Smithsonian Institute
สถาบันสมิทโซเนียน
พิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ เพราะประกอบไปด้วยพิพิธภัณฑ์ 13 แห่ง
และสวนสัตว์ 1 แห่ง มีให้ดูตั้งแต่หินดินทรายไปจนถึงยานอวกาศ
เหมาะสำหรับทุกคนที่ชมชอบการค้นคว้าหาความรู้
จากเอกสารศึกษาของพิพิธภัณฑ์ปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ควรสนใจดังนี้-
Smithsonian castle เป็นอาคารหลังแรกของสมิธโซเนียน ปัจจุบันเป็นศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยว มีการฉายภาพยนต์ความยาว 20 นาที แนะนำให้รู้จักประวัติและพิพิธภัณฑ์ในเครือข่ายสมิธโซเนียน สิ่งที่น่าสนใจคืออาคารนี้สร้างขึ้นด้วยอิฐแดงแบบโบราณ ด้านหลังมีสวนสวย
Arts and industries Building ตั้งอยู่ใกล้ castle เป็นอาคารเก่าแก่หลังหนึ่งเช่นกัน เป็นที่ตั้งแสดงเครื่องจักรที่ตั้งแสดงในงานฉลองครบรอบ 100 ปี ของการก่อตั้งประเทศ และมีโรงละครสำหรับแสดงให้เด็ก ๆ ชมอีกด้วย
Frer Gallery of Art หอศิลปะวัตถุจากเอเซีย เน้นศิลปะจีน ญี่ปุ่น อินเดีย ศิลปะที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาอิสลาม
Arthur Sackler Gallery แสดงนิทรรศการศิลปะเอเซียที่หมุนเวียนจากทั้งในและนอกประเทศ
National Museum of African Art แสดงงานศิลปะจากทวีปแอฟริกา
Hirshhorn Museum and Sculpture Garden อาคารรูปทรงกลมแลกตา แสดงศิลปะร่วมสมัย ด้านนอกเป็นการแสดงงานประติมากรรม
National Air and Space Museum พิพิธภัณฑ์อากาศยานและยานอวกาศ ที่มีผู้เข้าชมสูงที่สุดในโลก แสดงประวัติศาสตร์การบินมาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน ประกอบด้วย เครื่องร่อน เครื่องบิน จรวด ยานอวกาศ ซึ่งเป็นของจริงตั้งแสดง มีโรงภาพยนต์จอยักษ์ (Imax) ที่ฉายภาพยนต์เกี่ยวกับการบิน อวกาศ นอกจากนี้ยังมีท้องฟ้าจำลอง หินจากดวงจันทร์ และเครื่องบินลำแรกของโลกจากตระกูล Wright
National Museum of Natural History แสดงนิทรรศการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ จุดเด่นที่สุดก็คือ ห้องแสดงกระดูกไดโนเสาร์ ท้องทะเลโบราณ เพชรโฮปที่มีขนาด 45.5 กรัต ซึ่งเป็นของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งฝรั่งเศส ที่ถูกประหารโดยกิโยติน และห้อง Gems and Minerals เพชร พลอย อัญมณี
National Museum of American History แสดงนิทรรศการที่เกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของสหรัฐอเมริกา
นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์อื่น ๆ ที่อยู่นอกเขต The Mall คือห่างจากจุดรวมนี้ออกไปอีกคือ
National Museum of American Art แสดงภาพเขียนโดยจิตรกรชาวอเมริกัน
National Portrait Gallery แสดงภาพเขียนบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์อเมริกัน
Renwick Gallery งานแสดงฝีมือของศิลปินอเมริกัน
Anacostia Museum แสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติชาวแอฟริกันอเมริกัน
National Zoological Park Connecticut Avenue สวนสัตว์แห่งชาติอเมริกัน ลักษณะเด่นของสวนสัตว์แห่งนี้ก็คือ สัตว์ที่หายากจากทวีปต่าง ๆ เช่น หมีแพนด้า ลิงกอริลา ลิงสีทองหน้าสิงห์โต (ซึ่งเกือบจะสูญพันธ์จากบราซิล) โดยการจัดสภาพสถานที่ให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด
|
ที่ทำการของรัฐบาล |
อนุสาวรีย์ |
|
|
|
|
|
ตึกแรกที่แวะเข้าไปชมก็คือ พิพิธภัณฑ์อากาศยานและยานอวกาศ เห็นเด็กนักเรียนเต็มไปหมด เพราะเป็นช่วงปิดเทอมพอดี นอกจากนี้ก็ยังมีนักท่องเที่ยวอีกเป็นจำนวนมาก จุดแรกที่เข้าไปชมเป็นห้องเกี่ยวกับวิวัฒนาการของเครื่องบินตั้งแต่ยุคแรก ๆ จนถึงรูปแบบเครื่องบินยุคใหม่ในปัจจุบัน ห้องถัดไปเป็นห้องแสดงเครื่องบินรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 มีเสียงและฉากจำลองให้ดูเหมือนจริง เดินไปเรื่อย ๆ ก็พบห้องยานอวกาศซึ่งมียานลูนาโมดุล และยานอพอลโลที่ไปลงดวงจันทร์มาตั้งแสดงไว้จริง ๆ พร้อมข้อมูลเป็นวีดีโอ ลงมาชั้นล่างเป็นห้องฉายภาพยนตร์เกี่ยวกับเครื่องบินและยานอวกาศ
![]() |
จากนั้นเดินทางไปยังตึกพิพิธภัณฑ์ National Museum of Natural History แสดงนิทรรศการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ นัยว่าเป็นตึกที่มีผู้คนนิยมมากที่สุด ก่อนที่จะเข้าสู่พิพิธภัณฑ์นั้นจะถูกตรวจค้นอาวุธและวัตถุระเบิดก่อน เมื่อโผล่เข้าไปก็พบกับ หุ่นช้างไทยตัวใหญ่สูงเท่ากับบ้านชั้นเดียวตั้งตระหง่านอยู่กลางลานที่เป็นห้องโถงใหญ่ เดินเข้าไปภายในด้านซ้ายมือพบห้องแสดงที่เกี่ยวกับวิวัฒนาการของสัตว์โลกดึกดำบรรพ์ มีทั้งไดโนเสาร์ชนิดต่าง ๆ สัตว์ปีกและสัตว์เลื้อยคลานประเภทต่าง ๆ ทั้งที่เป็นโครงกระดูกบ้างสตั๊ฟบ้าง นอกจากนี้ยังมีสัตว์บางชนิดที่สูญพันธ์ไปแล้ว จึงมีผู้คนสนใจกันมากพอสมควร |
![]() |
เลยไปหน่อยก็เป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ของมนุษย์
มีการแสดงความเป็นอยู่ของมนุษย์ดึกดำบรรพ์ดูมัมมีคนและมัมมีวัว
นอกจากนี้ยังมีการแสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของอารยะธรรมของผู้คนในภูมิภาคต่าง ๆ
เช่น ชาวเกาะทะเลใต้ ชาวอัฟริกา ชาวญี่ปุ่น ขาวจีน ทิเบต อินเดียนแดง
นอกจากนี้ยังมีห้องแสดงถึงหัวกระโหลกมนุษย์ตั้งแต่วัฒนาการมาจากสิ่งที่มีรูปร่างคล้ายคนมาจนถึงปัจจุบัน
![]() |
![]() |
![]() |
| Azurite | 98.6 Carat Bismark Sapphire | 75 carat Hooker Emerald Brooch |
|
||||||||
ทำเนียบรัฐบาล
อาคารไวท์เฮ้าส์หรือทำเนียบประธานาธิบดีของอเมริกา
สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1792 และถูกเผาไปในปี ค.ศ. 1814 ตอนถูกอังกฤษรุกราน
จึงได้สร้างขึ้นมาใหม่โดยทาสีขาวทั้งหลัง ได้มีการขยับขยายให้ใหญ่ขึ้นโดย
ประธานาธิบดีรูสเวลท์
ในขณะที่ไปชมนั้นทางการสหรัฐได้สั่งปิดถนนโดยรอบทำเนียบเพราะอยู่ในช่วงสงครามอิรักเพิ่งยุติใหม่
ๆ ข่าวคราวการก่อวินาศกรรมดังกระหึ่มไปทั่วสหรัฐ
มาตรการรักษาความปลอดภัยจึงเข้มข้นมาก
ไม่อนุญาตให้บุคคลหรือรถเข้าไปในรัศมีใกล้เคียงกับทำเนียบประธานาธิบดี
จึงได้มองชมไกล ๆ เท่านั้นเอง
นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมภายใน white house
ได้เป็นบางส่วนที่ไม่ได้ใช้เป็นที่ทำงานหรือที่พักของประธานาธิบดี
แต่ต้องมีการตรวจตราเข้มงวด ผู้สนใจสามารถรับบัตรคิวได้ก่อน 7
โมงครึ่งตอนเช้าที่อาคารแจกตั๋ว ซึ่งอยู่ทางมุมตะวันออกเฉียงเหนือ
ใกล้ลานด้านใต้ของตัวทำเนียบ คนหนึ่งมีสิทธิ์รับตั๋วได้ 4 ใบ
บนตั๋วจะระบุเวลาเข้าชม ซึ่งเปิดเฉพาะเวลา 10.00 น.-12.00 น.
ตึกรัฐสภา

U.S. Capitol
หรือตึกรัฐสภาของสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่สุดทางด้านทิศตะวันออกของ The Mall
นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 9.00 น.-15.45 น. ทุกวัน
เมื่อเข้าไปในตัวตึก ห้องแรกที่ใช้ต้อนรับนักท่องเที่ยวคือ
ห้องโถงกลมอันโอ่อ่ามีภาพเขียนยักษ์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์อเมริกาเรียงรายอยู่รอบห้อง
ที่สำคัญคือ คำประกาศอิสรภาพและรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา ตั้งแสดงอยู่ด้วย
จะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐสภานำเที่ยวไปรอบ ๆ รัฐสภา
และนำไปนั่งฟังการอภิปรายในรัฐสภาอีกด้วย
ส่วนสถานที่ราชการอื่น ๆ นั้นยังไม่มีโอกาสแวะเข้าเยี่ยมชม เพียงแต่ทราบข้อมูลโดยสังเขปเท่านั้น ดังนั้นหากท่านมีเวลาก็อาจแวะเข้าชมดูก็ได้ เพราะส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้ ๆ กัน
อนุสาวรีย์

Washington
Monument อนุสาวรีย์ ยอร์ช
วอชิงตัน
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของ The Mall เป็นแท่งเสาหินอ่อนสูง
555 ฟุต ซึ่งและเห็นได้แต่ไกล สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์และเป็นเกียรติแก่ จอร์จ
วอชิงตัน ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา
มีลิฟท์ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมวิวบนยอดสูงของนุสาวรีย์ได้
แต่ต้องรับบัตรคิวเสียก่อน ซึ่งมักจะมีผู้คนต่อแถวยาวเหยียด
เพื่อขึ้นไปมองชมภาพทิวทัศน์ของกรุงวอชิงตันจากช่องมองกระจกบนเล็กเท่านั้น
แต่ก็สวยงามคุ้มค่าที่รอคอยเหมือนกัน

Lincoln
Memorial
อนุสาวรีย์ลินคอล์น
ตั้งอยู่สุดทางทิศตะวันตกของ The Mall
เป็นอาคารที่สร้างด้วยหินอ่อนเป็นสถาปัตยกรรมแบบกรีกเสาแบบดอริค 38
ต้นที่เรียงรายรอบอาคารหมายถึง 38
มลรัฐซึ่งรวมกันเป็นประเทศสหรัฐอเมริกาสมัยประธานาธิบดี ลินคอล์น
และภายในอาคารมีอนุสาวรีย์ของประธานาธิบดีลินคอล์นในท่านั่งประดิษฐานอยู่
ทางกำแพงด้านซ้ายได้จารึกสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีลินคอล์นที่กล่าว ณ
Gettysburg
อันเป็นอมตพจน์ที่ได้รับการยกย่องว่าจับในอเมริกันยิ่งนัก "The government
of the people, by the people, for the people"

Vietnam
Veterans Memorial
อนุสาวรีย์ทหารรบเวียดนาม
ตั้งอยู่ใกล้ ๆ อนุสาวรีย์ลินคอล์น
เป็นอนุสาวรีย์เพื่ออุทิศให้แก่ทหารอเมริกันที่เสียชีวิตในสงครามเวียดนาม
ลักษณะอนุสาวรีย์เป็นกำแพงหินแกรนิตสีดำ
จารึกชื่อทหารอเมริกันที่เสียชีวิตหรือหายสาบสูญในสงครามเวียดนาม 58,000 นาย
เรียงตามลำดับตัวอักษร
และไม่ไกลจากตรงนี้จะเป็นรูปหล่อสำริดกลุ่มทหารในอิริยาบถอยู่ในสนามรบ
Korean War Memorial
อนุสาวรีย์รบเกาหลี
ตั้งอยู่ถัดจากอนุสาวรีย์ทหารเวียดนาม เพิ่งเปิดเมื่อ ค.ศ. 1995
เป็นรูปหล่อด้วยเหล็กกล้าขัดเงาจำนวน 19 รูปของทหารเหล่าต่าง ๆ
ของสหรัฐที่ร่วมรบในสงครามเกาหลีในท่ากำลังขึ้นเขา สวมเสื้อฝน มือถือปืน
ใบหน้าสะท้อนถึงความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าและหวาดกลัว
Jefferson
Memorial อนุสาวรีย์โทมัส
เจฟเฟอร์สัน
อยู่สุดถนน 15 th street ไม่ไกลจากอนุสาวรีย์ลินคอล์นเช่นกัน
ติดริมทะเลสาบจำลอง Tidal Basin
เป็นอนุสาวรีย์สร้างอุทิศแก่ Thomas Jefferson
ประธานาธิบดีคนที่ 3 ของสหรัฐ และผู้ร่างคำประกาศอิสรภาพ เป็นรูปสลักสูง 19
ฟุตของโทมัส เจฟเฟอร์สันประดิษฐานเด่นเป็นสง่า
สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของกรุงวอชิงตัน ดีซี ดูงดงามยิ่ง
เสียดายที่เวลาน้อยการนำเที่ยวกรุงวอชิงตันจึงมีเวลาที่ค่อนข้างจำกัด
หากมีโอกาสคงได้นำท่านเที่ยวชมใหม่อีกครั้งหนึ่ง
เพราะเวลาที่จะต้องเดินทางต่อไปยุโรปคงใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
อีกไม่กี่วันก็คงจะต้องบินสู่ยุโรป
ซึ่งต้องไปเยี่ยมเยียนลูกศิษย์ลูกหาในปารีสและเยอรมันต่อไป
[บน] [30 วันรอบโลก] [วัดลาวพุทธวงศ์] [วอชิงตัน ดีซี] [ถ้ำLuray Caverns] [ปารีส] [ฮัมส์บวร์ก]