ค่ายฝึกอบรมคุณธรรม

ศูนย์ปฏิบัติธรรม

วัดถ้ำแฝด ต.เขาน้อย อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี


หลักการและเหตุผล

ประเทศไทยมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติมาแต่โบราณกาล สังคมไทยจึงถูกหล่อหลอมไปด้วยหลักคุณธรรมและจริยธรรมตามหลักคำสอนขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าจนกลายเป็นประเพณี ประกอบไปด้วยระเบียบวินัยและค่าความนิยม สร้างความสงบสุขแก่สังคม จนถูกกำหนดเป็นวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมานาน ซึ่งถูกเรียกขานกันว่า "วัฒนธรรม" จากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันสังคมไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามประเพณีและวัฒนธรรมของฝ่ายตะวันตก ซึ่งเป็นอารยธรรมสมัยใหม่ที่เจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี่ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง การส่งผ่านข้อมูลข่าวสารโดยไร้ขอบเขต ทำให้แนวความคิด ค่าความนิยมและวิถีชีวิตเดิมของคนไทย เบี่ยงเบนเปลี่ยนแปลงไปจากหลักธรรมของศาสนาพุทธสู่แนวอารยธรรมใหม่อย่างแพร่หลายและรวดเร็ว ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมอย่างกว้างขวางจนยากจะเยียวยา เพราะเป็นสังคมที่อ้างว่าเป็นคนรุ่นใหม่ ที่นิยมการบริโภควัตถุต่าง ๆ จนวุ่นวายสับสน เพราะขาดระเบียบแบบแผนที่ดีงาม ไร้ทิศทาง ใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย หมกมุ่นแต่ยาเสพติด จนชีวิตขาดระเบียบวินัย

พระเดชพระคุณ พระครูกาญจนกิจจาทร (หลวงพ่อสัมฤทธิ์ คัมภีโร) เจ้าอาวาสวัดถ้ำแฝดในขณะนั้น ได้มีเจตนาอย่างแรงกล้าที่จะจัดสร้างอาคารปฏิบัติธรรม เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้มีการอบรมคุณธรรมและจริยธรรมแก่ เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้ริเริ่มจัดสร้างอาคารปฏิบัติธรรมหลังใหญ่ขึ้นในปี พ.ศ. 2537 แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้ถึงแก่มรณภาพเสียก่อนที่ปณิธานของท่านจะสำเร็จ

พระใบฎีกาวัชระ เอกวัณโณ ซึ่งเป็นธรรมทายาทผู้สืบทอดเวทย์วิทยาคมได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสองค์ใหม่ จึงได้เริ่มสานต่อโครงการณ์ดังกล่าว โดยเริ่มก่อสร้างอาคารปฏิบัติธรรมหลังใหม่ ซึ่งได้รับพระราชทานนามว่า "อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา" เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน เป็นอาคารเอนกประสงค์ 3 ชั้น ชั้นบนเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ส่วน 2 ชั้นที่เหลือเป็นอาคารที่พักสำหรับผู้เข้าปฏิบัติธรรม จุคนได้ประมาณ 500 คน

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้มีโอกาสศึกษาและรู้จักตนเองมากขึ้น

  2. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้มีโอกาสศึกษาธรรมแบบเจาะลึก และเสวนาธรรมกับพระวิทยากรได้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดปัญญา สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

  3. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้มีโอกาสศึกษาแก่นธรรม

         
3. กลุ่มเป้าหมาย

การจัดค่ายดำเนินการฝึกอบรมคุณธรรม เน้นภาคปฏิบัติควบคู่ไปกับภาคความรู้ด้านธรรมะ

1.
นักเรียน นักศึกษาและเยาวชนทั่วไป โดยมีพระวิทยากรพี่เลี้ยงประจำกลุ่มๆ ละ 1 รูป ช่วยดูแลภาคปฏิบัติและการทำกิจกรรมกลุ่ม

2.
หน่วยงาน สถานศึกษา โดยจัดอบรมครู อาจารย์ ข้าราชการ พนักงานและประชาชน รุ่นละ 60 คน โดยแบ่งเป็นกลุ่มเช่นเดียวกั

3.
ระภิกษุสามเณรที่บรรพชาอุปสมบทเข้าพรรษา หรือโอกาสพิเศษ ได้เข้ารับการฝึกอบรมด้วย รวมถึงพระภิกษุสามเณรที่เป็นนักเรียน นักศึกษา  
   
และพระภิกษุผู้ปฏิบัติงานเผยแผ่ พระธรรมจาริก

การสมัครและการส่งเข้ารับการอบรม

1. นักเรียน นักศึกษา สมัครผ่านสถานศึกษา หรือสถานศึกษาส่งเข้ามารับการอบรมรุ่นละ 80 คน การกำหนดจำนวนดังกล่าว เพื่อควบคุมคุณภาพและ
    เพื่อให้เหมาะกับสถานที่ อุปกรณ์ รวมทั้งความทั่วถึงในการควบคุม

2. ครูอาจารย์ ข้าราชการ พนักงานและประชาชน สมัครผ่านสถานศึกษา หน่วยงาน สถาบัน กลุ่มชมรม รุ่นละ 40-60 คน

3. พระภิกษุ สามเณร คณะสงฆ์ เจ้าอาวาส หรือเจ้าสำนักเรียนขอส่งเข้ารับการอบรมปฏิบัติธรรม รุ่นละ 40-60 รูป

หลักสูตรและระยะเวลาของการอบรม

1. นักเรียน นักศึกษา ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน (48 ชั่วโมง)

ภาควิชาการ อบรมความรู้ขั้นพื้นฐานที่จะช่วยเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ระเบียบวินัย และค่านิยม เช่น เรื่องพระรัตนตรัย ความกตัญญูกตเวที อบายมุข ทิศ 6 มรรค 8 ไตรสิกขา สติสัมปชัญญะ กฎแห่งกรรม ธรรมะกับการพัฒนาชีวิต ธรรมะกับธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ปัญหาวัยรุ่น พุทธภาษิต คติธรรม ระเบียบวินัย ค่านิยม และหัวข้อธรรมอื่นๆ ตามที่สถาบันขอเน้น

ภาคปฏิบัติ ฝึกมารยาทตามแนววัฒนธรรมไทย เช่น การกราบ การไหว้ การเคารพ กิริยาลุก นั่ง การสวดมนต์ทำวัตร ฝึกการเจริญสมาธิภาวนา แผ่เมตตา เดินจงกรม ฝึกโยคะ การศึกษา สำรวจ ทำความเข้าใจตนเอง การรับประทานอาหารอย่างสำรวมระวังและการปฏิบัติอื่นๆ เน้นการใช้สติควบคุมตนเอง

2. ครู อาจารย์ ข้าราชการ พนักงานและประชาชน ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน หรือตามความประสงค์ของหน่วยงาน

ภาควิชาการ อบรมความรุ้พื้นฐานที่จะช่วยสร้างเสริมคุณธรรมจริยธรรม ในการดำเนินชีวิต และการประกอบอาชีพ เช่น พระรัตนตรัย ไตรสิกขา ฆราวาสธรรม สังคหวัตถุ สุขของฆราวาส อริยสัจจ์ ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ อบายมุข มรรค 8 ธรรมกับการพัฒนาชีวิต ธรรมกับหน้าที่การงาน ศาสนพิธี และหัวข้อธรรมตามที่หน่วยงานขอเน้น
ภาคปฏิบัติ ปฏิบัติแบบเดียวกับนักเรียนนักศึกษาแต่เน้นเวลาการปฏิบัติที่ยาวนานกว่าและเคร่งครัดมากกว่า

3.
พระภิกษุ สามเณร ฝึกการปฏิบัติธรรม 3 วัน 2 คืน หรือมากกว่า แล้วแต่วัตถุประสงค์

ภาควิชาการ ฟังการบรรยาธรรม ร่วมอภิปรายและวิเคราะห์หลักธรรมโดยละเอียด เช่น ขันธ์ 5 ธาตุ 4 สติปัฏฐาน 4 อายตนะ 6 กระบวนการเกิดทุกข์ และการดับทุกข์ อานาปานสติ ธรรมและพระสงฆ์กับปัญหาสังคม บทบาทของพระสงฆ์ในการธำรงพระพุทธศาสนา ปัญหาธรรมชาติสิ่งแวดล้อม แนวทางพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของประชาชน เป็นต้น

ภาคปฏิบัติ การทำวัตรเช้า-เย็น อบรมอานาปานสติ เดินจงกรม ฝึกโยคะ เน้นการใช้สติทุกอิริยาบถ เพื่อให้เกิดสติปัฏฐาน 4 อันเป็นสภาวะ ทำให้เกิดสมาธิและปัญญาอย่างสมบูรณ์

สถานที่ฝึกอบรม

ใช้สถานที่บริเวณส่วนอาคารเอนกประสงค์และลานธรรมบนเนินเขาหลังมณฑป

1. สถานที่ประชุมอบรม อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา
2. สถานที่พัก ใช้อาคารชั้นล่าง พักได้ประมาณ 300 คน
3. สถานที่รับประทานอาหาร ใช้ส่วนโรงทานข้างเขา
4. ห้องน้ำ - ห้องส้วม รวม 50 ห้อง
5. สถานที่ฝึกภาคปฏิบัติและทำกิจกรรมต่างๆ ใช้อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา

งบ ประมาณค่าใช้จ่าย

1.
ค่าอาหาร ผู้เข้ารับการอบรมออกเอง โดยหน่วยงานรวบรวมจ่ายให้แก่แม่ครัว เฉพาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา อบรม 3 วัน 2 คืน อาหาร 6 มื้อ  เก็บคนละ 110 บาท  ไม่มีแม่ครัวประจำ ทางโรงเรียนต้องจัดหาแม่ครัวมาเอง ส่วนครูอาจารย์ ข้าราชการ ตั้งแต่มื้อละ 30 บาท จนถึงมื้อละ 40 บาทต่อคน แล้วแต่การตกลงในรายการอาหาร

2.
ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน เป็นค่าน้ำดื่ม น้ำปานะ น้ำยาล้างถ้วยชาม ล้างห้องน้ำ ยากันยุง ดอกไม้ธูปเทียน ค่าภัตตาหารพระวิทยากร เป็นต้น รุ่นละ 2,000 บาท

3.
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ  เช่น ค่าพิมพ์วุฒิบัตร เริ่มตั้งแต่ใบละ 2,3 และ 4 บาท ค่ากระแสไฟฟ้าประมาณ รุ่นละ 500 บาท ค่าซักผ้าห่ม ครั้งละ 800-1,000 บาท ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง รุ่นละ 200-300 บาท ค่าฟิล์มและล้างอัดรูป ค่าวัสดุ ค่าซ่อมแซม และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดอื่นๆ

ที่มาของงบประมาณ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ  ได้มาจากการบริจาคสนับสนุนขององค์กรมูลนิธิ หน่วยงาน ราชการ และผู้มีจิตศรัทธาทั่วๆ ไป และจากหน่วยงาน สถานศึกษาที่ส่งผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งบริจาคตามกำลังศรัทธา

การติดตามประเมินผล

การประเมินผลเบื้องต้นในระหว่างการอบรม ใช้วิธีการสังเกตติดตามพฤติกรรม และแนะนำชี้แจงให้แก้ไขเป็นรายคน และมีการประชุมกลุ่มสรุปผลรายงานก่อนการปิดอบรม และมีการสอบถามหลังการอบรม ที่ผ่านมาประเมินผลได้ ดังนี้

1. นักเรียน นักศึกษา มีความรู้ความเข้าใจและมองเห็นคุณค่าของธรรม บางรายสามารถนำหลักธรรมไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น

2. ครู อาจารย์ ข้าราชการ พนักงาน มีความเข้าใจ มองเห็นชีวิตและธรรมในทัศนะที่ถูกต้อง บางรายสามารถละเลิกอบายมุขบางอย่างได้

3. พระภิกษุ สามเณร มีความเข้าใจธรรมละเอียดยิ่งขึ้น เข้าใจถึงบทบาทพระสงฆ์กับสังคม ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนึกในเพศพรหมจรรย์มากยิ่งขึ้น.


[บน] [ระเบียบการสมัคร] [ระเบียบการปฏิบัติ]  [ตัวอย่างกิจกรรม] [ภาพกิจกรรม46]